โรคไข้หวัดใหญ่ ต่างจากโควิด-19 อย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19

จากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ทำให้ใครหลายคนต่างมีความกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อมีอาการของไข้หวัดเกิดขึ้น เนื่องจากไข้หวัด 2 ชนิดนี้มีความรุนมากกว่าไข้หวัดธรรมดามาก แม้ปัจจุบันจะมีวิธีป้องกันเพื่อลดโอกาสการเป็นโรคและความรุนแรงจากผลกระทบข้างเคียงได้แล้วก็ตาม เนื่องจากเมื่อเป็นแล้วก็ยังทำให้เราต้องพักรักษาตัวไม่สามารถไปเรียนหรือทำงานอย่างปกติได้

ซึ่งอาการของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 มีหลายอาการที่คล้ายคลึงกัน หลายคนจึงจะไม่รู้ว่าตนเองเป็นโรคอะไรกันแน่และทำให้ไม่รู้ว่าควรรักษาและปฏิบัติตัวอย่างไร เราจึงมาอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 ให้ทุกท่านได้เข้าใจกันดังนี้

ไข้หวัดใหญ่ กับโควิด-19 คืออะไร?

โรคไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ โดยสองโรคนี้เกิดจากไวรัสต่างกัน โควิด-19 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ตรวจพบครั้งแรกในปี 2019 และแพร่กระจายไปทั่วโลกจนปัจจุบัน ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาที่สามารถเกิดจากการติดเชื้อไวรัสได้หลายชนิด 

อาการ: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

ในช่วงแรกๆ อาจเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 เนื่องจากมีอาการหลายอย่างร่วมกัน เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หายใจถี่ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหัวอาเจียน และท้องเสีย เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 คือ

  • การสูญเสียการรับรสและกลิ่นนั้นเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ป่วยโควิด-19 เท่านั้น ไม่พบในผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ แม้ว่าอาการนี้อาจไม่แสดงออกมาในผู้ป่วยโควิด-19 ทุกรายก็ตาม โดยอาการเฉพาะนี้อาจเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ตั้งแต่สองวันหลังจากติดเชื้อไวรัสจนถึง 14 วัน วันหลังจากเริ่มมีอาการ
  • ระยะของอาการที่ปรากฏ คือ อาการของโควิด-19 มักจะคงอยู่นานกว่าไข้หวัดใหญ่อาจหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เช่น อาการหายใจไม่สะดวก เป็นต้น 

ความรุนแรง: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

อาการของโรคโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่อาจมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ทั้งสองอย่างสามารถทำให้เกิดโรคปอดบวมได้ อย่างไรก็ตามกรณีส่วนใหญ่ของทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 จะไม่รุนแรงและสามารถรักษาและรักษาให้หายด้วยตนเองจากที่บ้านได้ แต่โอกาสของการติดเชื้อที่รุนแรงและร้ายแรงสำหรับโรคโควิด-19 จะสูงกว่าไข้หวัดใหญ่มาก

โดยจากข้อมูลศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ในเดือนกรกฎาคม 2022 พบว่าผู้ป่วยโรคโควิด-19 ประมาณ 9% มีความรุนแรงพอที่จะต้องได้รับการดูแลใน ICU และประมาณ 0.6% ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

ระยะการแสดงอาการ: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไปผู้ที่เป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการภายใน 1–4 วัน ระยะฟักตัวของไข้หวัดใหญ่เพียง 1-3 วัน เท่านั้น ส่วนอาการของโรคโควิด-19 มักเกิดขึ้นภายใน 1–14 วัน ซึ่งระยะฟักตัวเฉลี่ยของเชื้อไวรัสโครานาที่ทำให้เป็นโควิด-19 คือ 6.57 วัน

อย่างไรก็ตาม ระยะฟักตัวที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปในแต่ละสายพันธุ์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันเชื้อไวรัสโคโรนาได้แบ่งออกเป็นหลากหลายสายพันธ์และมีลักษณะอาการและความร้ายแรงที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย

การแพร่เชื้อ: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ต่างแพร่กระจายผ่านการสัมผัสระหว่างบุคคลเป็นหลัก จากละอองเล็ก ๆ ที่มีไวรัสสามารถแพร่จากคนที่ติดเชื้อไปยังคนอื่นได้ โดยทั่วไปผ่านทางจมูกและปากผ่านการไอและจาม ซึ่งจากข้อมูลของ WHO ระบุว่าผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้ก่อนที่จะแสดงอาการใด ๆ ออกมาเลยทีเดียว แต่ไรคไข้หวัดใหญ่จะสามารถแพร่กระจายได้ยากกว่าโควิด-19 จากลักษณะของตัวเชื้อไวรัสเอง

การรักษา: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

คนส่วนใหญ่ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อรับยามารักษาด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งบางกรณีแพทย์อาจสั่งยาต้านไวรัสเพื่อรักษาอาการและลดระยะเวลาการเจ็บป่วย ส่วนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ส่วนใหญ่เองก็ไม่จำเป็นต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเช่นกัน สำหรับกรณีที่ไม่รุนแรง บุคคลควรอยู่บ้านและเว้นระยะห่างทางสังคม และอาจให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยร้ายแรง ขึ้นอยู่กับอายุ ประวัติสุขภาพ ระยะเวลาของอาการ เป็นต้น

ซึ่งหากได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วจะสามารถลดความรุนแรงของอาการและความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ แต่สำหรับกรณีที่ร้ายแรงของโควิด-19 อาจต้องการออกซิเจนเสริมหรือการช่วยหายใจด้วยเครื่องช่วยหายใจเพื่อรักษาปัญหาระบบทางเดินหายใจที่อาจเกิดขึ้นด้วย

การป้องกัน: ไข้หวัดใหญ่กับโควิด-19 แตกต่างกันอย่างไร?

วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การฉีดวัคซีนนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันสามารถขอรับการฉีดได้ที่สถานพยาบาลทั่วไปที่มีบริการ นอกจากนั้นการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัสเหล่านี้ได้ และสุดท้ายคือการหมั่นทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะการล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือสัมผัสกับใบหน้า เพื่อไม่ให้ไวรัสเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของเราได้นั่นเอง

สรุป

ไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 คือ การติดเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายผ่านการสัมผัสระหว่างบุคคล ทั้งสองมีอาการคล้ายกันและอาจนำไปสู่การเจ็บป่วยและโรคแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ซึ่งจากอาการที่คล้ายคลึงกันเราจึงยากที่จะบอกความแตกต่างระหว่างไข้หวัดกับโควิด-19 โดยดูจากอาการเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังสามารถเป็นได้ทั้งไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย ดังนั้นจำเป็นต้องมีการทดสอบเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ส่วนการป้องกันเพื่อให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคคือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคโควิด-19 นั่นเอง หากท่านต้องการตรวจไข้หวัดใหญ่เรามีชุดตรวจที่ท่านสามารถนำไปตรวจได้ด้วยตนเอง สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ช่องทางการขายของเราทุกช่องทาง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *